หลวงปู่สี วัดสะแก จ.อยุธยา

ประวัติ​ #หลวงปู่สี​ วัดสะแก​ #วัตถุมงคล​ และ​ #ย้อนรอยตำนานของหลวงปู่
💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮💮
💥ลป.สี วัดสะแก อ.อุทัย จ.อยุธยา ท่านอยู่ในวัดสะแก ในฐานะพระลูกวัดธรรมดารูปหนึ่ง ไม่มีตำแหน่งสมณศักดิ์ใดๆทั้งสิ้น หลวงปู่เกิดเมื่อวันอาทิตย์ เดือนแปด ปีมะแม พ.ศ.2438 โยมบิดาชื่อก๊วน โยมมารดาชื่อเล็ก นามสกุลเดิม บำรุงกิจ สถานที่เกิด ตำบลกระจิว อ.อุทัย จ.อยุธยา มีพี่น้อง6คน ชาย3หญิง3 หลวงปู่สีเป็นคนโตสุด เมื่ออายุได้12ปี ได้บรรพชาเป็นสามเณร ณ.วัดราษฎร์บูรณะ (วัดเลียบ)กทม.
🌺ได้ศึกษาวิชาภาษาไทยและมูลกัจจายน์ โดยมีพระอาจารย์โปร่ง และพระอาจารย์ยัง เป็นผู้สอน สามเณรสี มีความขยันขันแข็งเอาใจใส่การศึกษาเล่าเรียนด้วยความตั้งใจ จึงเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์ผู้สอน จวบจนอายุครบบวชเป็นพระภิกษุ สามเณรสี จึงได้กลับมาบ้านเดิมของท่าน เข้ารับการอุปสมบท ณ.วัดสะแก โดยมีหลวงพ่อกลั่น ธรรมโชติ วัดพระญาติการาม เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อแด่ วัดสะแก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อพุฒ วัดสะแก เป็นพระอานุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า พินทสุวัณณเมื่ออุปสมบทแล้วก็ได้จำพรรษาอยู่วัดสะแก มาโดยตลอด ในฐานะพระลูกวัดธรรมดารูปหนึ่ง จากพศ.2458 จนถึงพศ.2526 เป็นระยะเวลา66ปีเต็ม
🌺ในตอนบวชเป็นพระใหม่ๆนั้น หลวงปู่สีสนใจในด้านไสยศาสตร์ คาถาอาคม พุทธาคม เป็นอันมาก จึงได้เดินทางมาศึกษา เล่าเรียนวิชาการจาก หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯ พระเกจิที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยนั้น นอกจากนี้หลวงพ่อกลั่นยังได้มอบตำราเวทย์มนตร์คาถาและยันต์ต่างๆ เป็นสมุดข่อยของเก่าโบราณ ทุกเล่มปิดทองลงชาดอย่างสวยงาม กล่าวว่าเป็นของวัดประดู่โรงธรรม ซึ่งได้รับตกทอดมาสมัยกรุงศรีอยุธยาจากความรู้ความสามารถนี้เอง ท่านจึงได้ร่วมกับ อ.เฮง ไพรยวัลย์ ซึ่งเป็นฆราวาส ผู้แก่กล้าสามารถทางวิชาอาคม
🌺สร้างเหรียญพระพรหม สี่หน้า โดยอ.เฮง มีอายุแก่กว่าหลวงปู่สี 2-3ปี ถึงแก่กรรมเมื่อปี2503 เคยบวชเรียนมาแล้ว2ครั้ง ครั้งหลังได้บวชกับหลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติฯเช่นกัน จึงถือได้ว่ามีอาจารย์ร่วมกัน อาจารย์เฮง บวชเรียนมาแล้วก็ลาสิกขาออกมาเป็นฆราวาส ตอนที่สร้างเหรียญพระพรหมกับหลวงปู่สีนั้น ก็ได้ลาสิกขาออกมาแล้วเช่นกัน แต่ได้มาอาศัยในเรือขนาดใหญ่ ผูกอยู่ริมตลิ่งในคลองหน้าวัดสะแก ในเรือก็มีอุปกรณืการสร้างเครื่องรางของขลังไว้ครับ หลวงปู่สียกย่องอาจารย์เฮงมากนับถือในความเก่งกล้าในทางไสยศาสตร์และเล่าว่า อาจารย์เฮงยังมีฝีมือทางด้านการวาดเขียน ดนตรีไทย และแม้แต่การทำอาหารก็มีฝีมือเป็นเลิศการสร้างเหรียญพระพรหม สี่หน้านั้น หลวงปู่เล่าว่า สร้างครั้งแรกเมื่อปี2480เศษ ตอนสงครามโลกครั้งที่สอง โดยความคิดริเริ่มมาจากอาจารย์เฮง หลังจากนั้นก็มีการสร้างมงคลวัตถุอื่นเช่นแหวน ผ้าขอด ตะกรุด เหรียญ รูปเหมือน เป็นต้น ในการสร้างวัตถุมงคลแต่ละรุ่นนั้น หลวงปู่มิได้เป็นผู้ลงทุนเอง ในการสร้างวัตถุมงคลแต่ละครั้งจึงเป็นการสร้างโดยลูกศิษย์ลูกหาที่ไปขออนุญาติจากท่าน เมื่อได้รับอนุญาติแล้วก็สร้างไปถวายให้หลวงปู่ปลุกเสก หลวงปู่ก็จะเสกให้เป็นอย่างดี อย่างรอบคอบพิถีพิถันเป็นพิเศษ
💥การปลุกเสกวัตถุมงคล ของขลังทุกอย่างของหลวงปู่สี ท่านจะทำจนมั่นใจแล้วจึงบอกให้นำไปใช้ และที่พิเศษอย่างยิ่งก็คือ ของทุกอย่างทุกชิ้นของท่านต้องมีการลงเหล็กจาร ด้วยเสมอไป และเหล็กที่ใช้จารก็ต้องเป็นของที่ท่านได้ใช้อยู่เป็นประจำ ผู้ที่สร้างมงคลวัตถุของหลวงปู่จะรับของกลับไปส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งจะถวายให้หลวงปู่ไว้แจกแก่ผู้ต้องการ หลวงปู่สี มรณภาพ เมื่อ30 มกราคม 2526 ด้วยโรคชรา หลวงปู่จากไป ลูกศิษย์ต่างอาลัยกันทั่ว ต่อไปนี้จะไม่มีหลวงปู่ให้กราบกรานอีกแล้ว นอกจากพระเครื่องที่หลวงปู่ได้ปลุกเสกให้ลูกศิษย์ได้ใช้กัน
💐เหรียญโล่ห์พรหม หลวงปู่สีห์ วัดสะแก หน้าทองคำ ปี2519
💐เหรียญรัศมีพรหม หลวงปู่สีห์ วัดสะแก รุ่นแรก เนื้อทองคำ
💐เหรียญรัศมีพรหม หลวงปู่สีห์ วัดสะแก รุ่นสอง เนื้อทองคำ
💐ตะกรุดมหาจักพรรดิ์ตรา เนื้อทองคำ หลวงปู่สีห์ วัดสะแก
💐เป็นชุด12ราศี เนื้องาช้าง ลป.สี วัดสะแกครับ
💐รูปหล่อลอยองค์ หลวงปู่สี วัดสะแก
💐ล็อคเก็ตหลวงปู่สี ด้านหน้า
💐ภาพด้านหลังมีจีวร หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติ และหลวงปู่สี ตะกรุดหลวงปู่สี
💐แหวนปลอกมีด เนื้อสัตตะโลหะ มีจารนอกและจารใน
💐พระกลางลาน ซึ่งถือได้ว่าเป็นของท๊อปของสายนี้เช่นกันครับ ชนวนที่ใช้การเทหล่อมหาศาล บันทึกกันไว้ไม่หมด เฉพาะมวลสารอย่างเดียว สายนี้เขาว่า “ที่สุด” เทหล่อโบราณที่กลางลานวัดสะแก
💥💥ย้อนรอยตำนาน หลวงปู่สี วัดสะแก อยุธยา💥💥
💐มีอยู่คราวหนึ่ง ทางวัดสะแกประสงค์จะสร้างพระโดยการทำพิธีกันที่กลางลานวัด โดยมี หลวงปู่สี พินทสุวัณโณ เป็นประธานในการทำพิธีพุทธาภิเษกพร้อมด้วยคณาจารย์อีกหลายท่าน อาทิ หลวงพ่ออั้น วัดพระญาติ เป็นต้น หลวงปู่สี ท่านเป็นคณาจารย์ซึ่งมีพลังจิตสูง แต่ในการศึกษาเบื้องแรกของท่านจะทำไปในลักษณะของทางพราหมณ์ เนื่องจากการร่ำเรียนของท่าน ท่านคิดว่าพรหม นั้นน่าจะเป็นอมตะสูงสุด
💐หลวงพ่อดู่ท่านเล่าว่า “เราก็มาคำนึงว่าของที่ออกไปให้ญาติโยมบูชานี้ต้องให้ดีจริง มิเช่นนั้นจะมีผลเสียกับวัดสะแก”คือเจตนาของท่านเพื่อรักษาศักดิ์ศรีของวัดสะแกในฐานะที่หลวงพ่ออาศัยอยู่ที่วัดสะแกด้วย ดังนั้นท่านจึงคิดวิธีที่จะช่วยเหลือพิธีครั้งนี้ ท่านเล่าว่า “ฉันก็ตั้งจิตอธิษฐานให้สายไฟที่ออกไปจากกุฏินี้เป็นสายสิญจน์ เพราะสมัยก่อนกุฏิของฉันเป็นศูนย์รวมจ่ายไฟออกไปยังที่ต่างๆในวัด”
💐เมื่อพิธีพุทธาภิเษกผ่านไปอีกวันหนึ่ง หลวงปู่สีเดินมาที่หน้ากุฏิหลวงพ่อดู่ แล้วท่านพูดขึ้นว่า “ยวง ไปถามหลวงปู่ทวดทีว่า ใครเอาอะไรไปครอบให้พระของข้า” (ยวงมีศักดิ์เป็นหลานของหลวงพ่อดู่) หลวงพ่อจึงยกมือขึ้นไหว้หลวงปู่สีแล้วกล่าวขึ้นว่า “หลวงพี่ครับ ผมเองเป็นคนเอาวิมานแก้วพระพุทธเจ้าไปครอบให้”
💐หลวงปู่สีไม่พูดอะไรแล้วจึงเดินกลับกุฏิ หลวงพ่อดู่บอกว่า “ผู้ที่เขามีความรู้แล้วเขามาเห็นในสิ่งที่เราอธิษฐานลงไป เขาย่อมที่จะมีไหวพริบที่จะศึกษาต่อไป” แสดงว่านักปราชญ์ย่อมที่จะศึกษาจากผู้ที่มีคุณธรรมสูงกว่า และผู้เขียนจึงเรียนถามว่า “หลวงปู่สีได้ศึกษาจากไหนมาศึกษาจากหลวงพ่อหรืออย่างไร” ท่านบอกว่า “ท่านก็ศึกษาจาก(พระ)ที่ท่านอธิษฐานไปให้นั้นเอง” ตั้งแต่นั้นมาหลวงปู่สีได้บอกกับคณะศิษย์ของท่านว่า “ให้ปฏิบัติตามอาจารย์ดู่ เพราะท่านดำเนินมาถูกทางแล้ว รู้วิธีการ” หลวงปู่สีนับเป็นเกจิอาจารย์อีกรูปหนึ่งที่เป็นลูกศิษย์ของ หลวงพ่อกลั่น
💐เมื่อพิธีพุทธาภิเษกเรียบร้อยแล้ว หลวงปู่สี ต้องมาศึกษาพระอีกครั้งหนึ่งว่าการปลุกเสกมีสิ่งใดขาดตกบกพร่องตรงไหนหรือไม่ จะได้พิจารณาแก้ไข เมื่อมาทราบสิ่งที่ท่านเองไม่เคยศึกษามาก่อน จึงเกิดความสงสัย และเพื่อให้แน่ใจยิ่งขึ้น ท่านจึงมาถามที่กุฏิหลวงพ่อโดยตรง แต่มีข้อชวนให้สะกิดใจว่า ทำไมหลวงปู่สี จึงมีความแน่ใจอย่างมากว่าหลวงพ่อเป็นผู้ช่วยทำ คงจะเป็นเพราะบารมีที่ท่านอธิษฐานให้นั้น มีหลวงพ่อดู่อยู่ในวัตถุมงคลด้วยแน่นอน
💐หลวงพ่อดู่ท่านเล่าต่ออีกว่า “เมื่อบวชมาก็มีหลวงปู่สีกับฉันเท่านั้นที่ภาวนา องค์อื่นๆไม่ได้ทำเวลาฉันจะภาวนาต้องแอบไปทำในโบสถ์กลัวคนจะเห็น ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนมาล้อฉันเลยว่ากำลังทำเสน่ห์อยู่หรือไง สมัยก่อนครูบาอาจารย์ก็หายากเย็น เมื่อเรานำผลการปฏิบัติไปเล่าให้อุปัชฌาย์ฟัง ท่านก็พูดอยู่อย่างเดียวว่า บุญ นิมนต์ทำต่อเถิด” ไม่พูดอะไรไปมากกว่านี้เลยผู้เขียนเลยเรียนถามว่า “สงสัยหลวงปู่กลั่นคงมีอนาคตังสญาณล่วงรู้ล่วงหน้าว่าหลวงพ่อคงจะพบวิธีการปฏิบัติต่อไปในภายภาคหน้าด้วยตัวเองกระมังครับ ท่านเลยไม่สอนอะไรมาก” หลวงพ่อยิ้มแล้วไม่ตอบว่ากระไร
💐จนกระทั่งวันหนึ่งที่ผู้เขียนไปนมัสการหลวงพ่อ ท่านได้พูดว่า “หลวงปู่สีท่านเป็นชั้นอาจารย์ ข้าจะไปสอนพระสังฆราชได้อย่างไร ก็ต้องให้หลวงปู่ทวดท่านสอน แต่เป็นการสอนทางใน คนที่เขาเก่งเมื่อเขารู้ว่ายังมีการปฏิบัติที่สูงกว่านี้ ท่านก็ศึกษาจากพระที่ท่านทำ ถ้าคนเราลองมีทิฐิว่าข้าแน่ ก็จะไม่เจอของดี”
💐ในสมัยที่หลวงปู่สีท่านยังมีชีวิตอยู่ ในแต่ละปีก่อนเข้าพรรษาหลวงปู่ท่านจะไปทำวัตร คือการไปถวายเครื่องสักการะบูชา จวบจนกระทั่งหลวงปู่มรณภาพ ซึ่งการมรณภาพของท่านก็เป็นไปอย่างอาจหาญ โดยท่านบอกว่า เขาเอาเราแน่แล้ว ว่าแล้วท่านก็นั่งสมาธิดับสังขาร แสดงถึงการปฏิบัติของท่านที่ทำมาโดยตลอด ทำให้ท่านไม่หวาดกลัวกับอันตรายใดๆทั้งสิ้น

Share:

Facebook
Twitter
Pinterest
LinkedIn

การชำระเงินและการติดต่อ